สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของ ภูเขา ทะสาบ และธรรมชาติสวยๆ เป็นประเทศที่หมายปองของใครหลายๆ คน วันนี้เรามี 10 ที่เที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ มาฝากกัน หากใครอยากหาสถานที่เที่ยวชิวๆ นี่แหละหนึ่งในประเทศที่คุณไม่ควรพลาด!

1.น้ำตกไรน์ Rhine Falls

ไม่ได้เป็นแค่น้ำตกที่มีอายุกว่า 1 หมื่นปีเท่านั้น แต่ยังเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีความสูง 23 เมตร มีความแรงของกระแสน้ำอยู่ที่ 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในฤดูหนาว แต่ในฤดูร้อนจะมีมากกว่านั้น คือ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินที ตั้งอยู่ในเมือง Schaffhausen ทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ เดินทางไปได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่รอรถบัสสาย 1 ที่หน้าสถานีรถไฟ Schaffhaufen โดยให้สังเกตป้ายที่ติดตรงกระจกหน้าว่าไปน้ำตก Rhine Falls จากนั้นก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ราวๆไม่เกิน 10 นาที เมื่อไปถึงแล้วก็จะมีกิจกรรมผ่อนคลายรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมรอบน้ำตก แช่ไอเย็นๆของน้ำ หรือจะใช้บริการเรือล่องน้ำตกก็ได้

2.ลูเซิร์น Lucerne

สะพานไม้ชาเปล Chapel Bride เป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลกกก และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นค่า โดยตัวสะพานได้ทอดข้ามแม่น้ำรอยส์มาสู่ฝั่งเมืองเก่าลูเซิร์น ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 มีความยาว 204 เมตร สวยสง่าและมั่นคงแข็งแรงมากๆ *o* มีอายุยาวนานกว่า 500 ปีเลยทีเดียวว และเคยถูกไฟไหม้จนเสียหายอย่างมากใน ค.ศ.1993 แต่ได้รับการซ่อมแซมใหม่จนกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีจนใหม่ไฉไลเหมือนเดิม

3.เทือกพิลาทุส (Mt. Pilatus)

เป็นยอดเขาคู่บ้านคู่เมืองลูเซิร์น มีความสูงราว 2,120 เมตร เราจะได้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบลูเซิร์น ทะเลสาบสี่พันธรัฐ รวมทั้งความงดงามของแนวเทือกเขาแอลป์

4.อินเตอร์ลาเคน (INTERLAKEN)

พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศเมืองอันงดงาม

5.ชตันเซอร์ฮอร์น (Stanserhorn)

ยอดสูง 1,898 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่านจะได้นั่งรถกระเช้าจากเมืองชตันส์เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาแห่งนี้ ความพิเศษคือเป็นกระเช้า 1 เดียวที่ท่านจะได้ชมวิวจากบนกระเช้าได้ 360 องศา เลยทีเดียว บนเยอดเขาท่านจะได้เห็นทะเลสาบลูเซิร์นได้อย่างชัดเจนแทบจะทุกส่วน ถือเป็นหนึ่งในปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

6.รถไฟสายโรแมนติก (Bernina Express)

วิ่งจากเมือง Chur ไปสิ้นสุดยังเมือง Tirano ประเทศอิตาลี โดยวิ่งข้ามผ่านเทือกเขาแอลป์ โดยรถไฟสายนี้ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นรถไฟเส้นทางสายมรดกโลกเมื่อปี 2008 รถไฟจะวิ่งจากเมือง Chur ไป Tirano โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ข้ามสะพาน 196 แห่ง 55 อุโมงค์ โดยผ่าน Bernina Pass ของเทือกเขาแอลป์ที่ความสูง 2,253 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เรียกได้ว่าเป็นรถไฟสุดแสนโรแมนติกอีกแห่งหนึ่งของโลก

7.หอนาฬิกา (Zytglogge)

หอนาฬิกาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1191 จุดประสงค์เพื่อเป็นประตูเมืองและได้มีการสร้างเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 1530 ให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ไฮไลท์ที่ต้องรอชมทุก ๆ 5 นาที ก่อนจะครบรอบชั่วโมงจะมีตุ๊กกาออกมาเต้นระบำให้นักท่องเที่ยวได้หยุดมองหยุดชมกันอีกด้วย หอนาฬิกาแห่งนี้มีความโดดเด่นในสถาปัตยกรรมการสร้างด้วยความสวยงาม หอนาฬิกาหน้าปัดทำด้วยทองแดงขนาดใหญ่และยังมีนาฬิกาหน้าปัดขนาดเล็กอีกหนึ่งเรือนอยู่ด้านล่างภายในหน้าปัดนาฬิกาขนาดเล็กจะแสดงเวลา วัน เดือน ปี และ จักรราศี

8.เบิร์น (Bern)

เมืองเก่านี้เป็นเมืองศูนย์กลางของกรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่เป็นเมืองเก่าที่มีความสวยงามและสมบูรณ์สุดๆ เลยค่า สร้างขึ้นบนเนินเขา ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ บ้านเรือนสีสันก็น่ารักสดใส และยังให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศบ้านเมืองแบบยุโรปโบราณ

9.ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch)

ยอดเขาที่สูงที่สุดของยุโรป มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต) เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความงาม ได้รับการยกย่องว่า เป็น Top of Europe  ยอดเขาจุงเฟรา มีจุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรปแห่งนี้ มองเห็นได้กว้างไกลที่สุด ณ จุด 3,571 เมตร มีถ้ำน้ำแข็งที่แกะสลักให้สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 กิโลเมตร และหนา 700 เมตรโดยไม่เคยละลาย  บนยอดเขา และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่นิยมของนักสกีมาเล่นกีฬาที่ท้าทาย

10.น้ำพุเจทโด้ (Jet d’Eau)

น้ำพุเจทโด้่ “สัญลักษณ์ของเมืองเจนีวา” ที่มีความสูงถึง 390 ฟุต น้ำพุเจทโด้  จะส่งน้ำครั้งละ 500 ลิตรต่อวินาที ขึ้นไปพุ่งกระจายบนอากาศที่ความสูง 140 เมตร ด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในทะเลสาบเจนีวา โดยตั้งเป็นระบบ security valve ของโรงงาน Coulouvreniere hydraulic factory ตั้งแต่ปี 1891 ต่อมาก็ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ท่องเที่ยวของ Geneva มาจนถึงปัจจุบัน