สโลวีเนียดินแดนแห่งเทือกเขาและทะเลสาบ

ประเทศสโลวีเนีย เป็นประเทศเล็กๆ มีประชากรแค่ 2 ล้านคน ซึ่งอย่าจำสับสนกับประเทศสโลวาเกียนะ ตั้งอยู่คนละทิศกันเลย สโลวีเนียเป็นประเทศเกิดใหม่จากการล่มสลายของอาณาจักรยูโกสลาเวีย และได้ก่อตั้งประเทศเมื่อปี 2534 ที่ผ่านมานี้เอง

      สโลวีเนียเป็นดินแดนแห่งเทือกเขาและทะเลสาบ อากาศไม่ต่างจากประเทศแถบนี้มากนัก คือ หนาวจัดในฤดูหนาว และอบอุ่นสวยงามในฤดูร้อน มีภาษาหลัก คือ ภาษาสโลวีน (Slovene) ผู้คนที่นี่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมากนัก แต่ก็ยังพอสื่อสารได้บ้าง แม้สโลวีเนียจะเป็นประเทศใหม่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆ แม้จะไม่ใช่ประเทศโด่งดัง แต่บ้านเมืองถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี สมกับเป็นประเทศที่น่าไปเยือนอีกประเทศหนึ่งเลยล่ะ  

กรุงลูบลิยานา (Ljubljana)

ไม่ต้องใช้พลังมาก แต่กำลังขาต้องมากพอขอแค่นี้ กรุงลูบลิยานาเป็นเมืองหลวงที่ปลอดภัย แม้ตามจตุรัสกลางเมืองหรือเขตเมืองเก่าที่คนพลุกพล่านแค่ไหนก็เดินเที่ยวได้อย่างสบายใจ แต่ละสถานที่ห่างกันไม่มาก สามารถเดินเชื่อมกันได้หมดทั้งเมือง กรุงลูบลิยานาถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงสีเขียว จะเห็นได้จากสวนสาธารณะอยู่ทั่วไป สถาปัตยกรรมของเมืองนี้เป็นแบบผสมผสาน แต่ก็ยังดูดีลงตัวเหมาะกับเมือง และไม่ว่าจะเดินเที่ยวมุมไหนก็ต้องผ่านสะพานมังกร (Dragon Bridge) สัญลักษณ์ของเมืองที่มี มังกร 4 ตัวโดดเด่นเป็นสง่ายืนต้อนรับอยู่ นอกจากนี้กรุงลูบลิยานา ยังมีที่เที่ยวน่าใจ เช่น Ljubljana Castle สะพาน Triple Bridge เพรเซเรน สแควร์ ตลาดกลาง โบสถ์แม่พระรับสารฟรานซิสกัน

ทะเลสาบเบลด (Lake Bled)

ทะเลสาบเบลดอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลูบลิยานา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนทะเลสาบเบลดก็สวยสุดๆ เพราะมีเทือกเขาจูเลียน แอลป์ (Julian Alps) โอบล้อม มีเกาะกลางทะเลสาบขนาดเล็ก เป็นที่ตั้งของโบสถ์พระแม่มารีที่เป็นปลายทางสำคัญของการมาเยือนของคู่รักหลายคู่ เพราะเชื่อว่าถ้าเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวขึ้นบันได 99 ขั้นได้ ความรักจะยืนยาวตราบนิจนิรันดร์เลยทีเดียว และถ้าอยากนั่งเรือไปชมความสวยงามก็มีเรือให้บริการข้ามฝั่งด้วยนะ

ที่ราบสูงวีลีก้า (Valika Planina)

สูงแค่ไหน เราก็ไหว! มาสโลวีเนียทั้งทีคนชอบเดินเขา ชื่นชมธรรมชาติไม่ควรพลาดวีลีก้า พลานินา หรือที่ราบสูงวีลีก้า เป็นที่ราบสูงเขียวขจีใจกลางเทือกเขา Kamnik Alps และมีวีลีก้า พลานินา ชุมชนขนาดเล็กที่ได้รับคำนิยามว่า ‘The largest shepherds’ settlement in Europe’ อาศัยอยู่ที่ความสูงกว่า 1,600 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ชุมชนแห่งนี้มีเอกลักษณ์อยู่ที่หลังคาของบ้านแต่ละหลังทำจากไม้สน สร้างคลุมจนถึงพื้น หลังคานี้มีความแข็งแรงมากเพื่อรองรับหิมะในฤดูหนาว และในช่วงหน้าร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน ชาวบ้านที่เลี้ยงสัตว์จะเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวได้ชิมนมสดๆ นมเปรี้ยว หรือขนมปังที่ทำขึ้นเองด้วย

ถ้ำโพสทอยนา (Postojna Cave)

ใครชอบเที่ยวถ้ำต้องปักหมุดที่ถ้ำโพสทอยนา ที่มีอายุกว่า 2 ล้านปี แถมยังได้ชื่อว่าเป็นถ้ำหินปูนที่มีความสวยงามที่สุดในทวีปยุโรปด้วย ภายในถ้ำลึกถึง 27 กิโลเมตร เลยมีการสร้างรถไฟขนาดเล็กไว้ใช้เดินทางภายในถ้ำ นอกจากความสวยงามภายในถ้ำแล้ว ยังมีส่วนของข้อมูลธรณีวิทยา มีจัดแสดงสัตว์ท้องถิ่นที่เจอในถ้ำด้วย ตัวเด่นประจำถ้ำที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ‘Baby Dragon’ ตัวโอล์ม (olm) ที่เป็นซาลาแมนเดอร์น้ำชนิดหนึ่ง ไม่มีดวงตาและผิวขาวซีดเพราะอาศัยอยู่ในถ้ำที่มืดสนิท มีเหงือกสีชมพูไว้หายใจ ตัวโอล์มนี้สามารถมีอายุยาวถึง 100 ปีเลยทีเดียวนะ 

ปราสาทเพรดจามา (Predjama Castle)

ปราสาทรูปทรงแปลกประหลาดสไตล์โกธิคนี้ ถูกสร้างในโพรงถ้ำ เผยแต่ส่วนหน้าของปราสาทออกมาโชว์ความสวยงามเท่านั้น ปราสาทแห่งนี้มีการเปลี่ยนเจ้าของในหลายยุคหลายสมัย ทำให้ตัวปราสาทมีทางลับเชื่อมกับถ้ำหลายเส้นทางมาก ด้วยความที่มีเส้นทางวกวนนี้ และทางด้านหน้ามีความแข็งแรง ทำให้ป้องกันศัตรูที่มารุกรานได้ดีในอดีต

นาเกลือ (Sečovlje Salina Nature Park)

       เขตสงวนขนาดใหญ่ทางชายฝั่งตอนเหนือ ที่น่าสนใจคือนาเกลือขนาดใหญ่จากทะเลอาเดรียติก ที่มีวิธีการเก็บเกลือที่เป็นเอกลักษณ์นานกว่า 700 ปี เกลือที่ได้จะมั่นใจได้ว่าไม่ผสมกับตะกอนทะเลมีความบริสุทธิ์ และมีสีขาวสะอาด คุณภาพของเกลือและดอกเกลือจากนาเกลือแห่งนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

เมืองปิราน (Piran)

เมืองตากอากาศชื่อดังของทะเออาเดรียติก ปิรานอยู่ไม่ไกลจากพรมแดนอิตาลี ทำให้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ปิราโน่ เมื่องท่าเก่าแก่นี้ในอดีตได้รับอิทธิจากเวนิสมาพอสมควรทำให้หน้าตาบ้านเมืองออกไปทางแนวเวเนเซียน ปนกลิ่นอายของเมดิเตอร์เรเนียน ปิรานเป็นเมืองเล็กๆ ที่เดินเล่นแปปเดียวก็ทั่วแล้ว และเมืองเล็กๆ แห่งนี้เองเป็นบ้านเกิดของ Giuseppe Tartini นักไวโอลินชื่อดังก้องโลก ไปพบเจอตาร์ตินี่ได้ที่จตุรัสกลางเมือง หากอยากได้มุมเมืองปิรานจากมุมสูง เดินขึ้นเนินเขาไปเรื่อยๆ จะมีโบสถ์ ป้อมปราการ และจุดชมวิวหลายจุดด้วยกัน แต่หากอยากชิลๆ บริเวณริมทะเลก็เริ่ดอยู่นะ เพราะมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่มากมายให้นั่งดื่มด่ำอารมณ์เหมือนกัน