นี่…ดูบรอฟนิค หรือ คิงส์แลนดิ้ง?

ภาพจำกับภาพที่เห็นคือเมืองเดียวกันแน่นอน ในโลกของความจริงเมืองนี้ก็คือ เมืองดูบรอฟนิค (Dubrovnik) ประเทศโครเอเชีย หากคุณเป็นแฟนของซีรีส์เรื่องเยี่ยมอย่าง Game of Throne เรามั่นใจว่าคุณจำเมืองนี้ได้แน่ๆ เพราะภาพเมืองอันสวยงามที่มีหลังคาสีส้มอิฐโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ตัดกับทะเลสีครามที่ไกลสุดลูกหูลูกตายังอยู่ในห้วงความทรงจำของใครหลายคน แต่ถ้าใครไม่ใช่แฟนซีรีส์เราก็เชื่ออีกว่าคุณต้องตกหลุมรักโครเอเชียแน่นอน

เมืองซาเกร็บ (Zagreb)

จุดเริ่มต้นของการเที่ยวมักเริ่มที่เมืองหลวง ทริปนี้ก็เช่นกัน เมืองหลวงขนาดย่อม เดินไม่กี่ชั่วโมงก็ทั่วแล้ว โดยเมืองจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ เขตเมืองตอนบนและตอนล่าง เชื่อมกันด้วยรถรางที่สั้นที่สุดในยุโรป ซึ่งสั้นๆ จริงๆ ไม่ถึง 1 นาทีก็ถึงอีกฝั่งแล้ว ถือเป็นกิมมิคเล็กๆ ก็ได้นะ จริงๆ แล้วซาเกร็บไม่ได้น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนเมืองอื่นๆ ของโครเอเชีย แต่ก็ถือเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรรมต่างๆ ที่ยังคงสภาพไว้ได้ดีเยี่ยม แต่ที่น่าสนใจคงจะเป็นตลาดสด (Dolac Market) ที่มีขายของสดและของฝากมากมาย ถือว่ามาเดินดูชีวิตของคนโครเอเชียก็ไม่ผิดนัก

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park)

ไฮไลท์ของการเที่ยวของโครเอเชียได้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่พลิตวิเซ่ อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ด้านในจะมีทั้งน้ำตก ทะเลสาบ และในส่วนป่า ซึ่งทะลสาบทั้ง 16 สีสันจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู โดยแต่ละวันสีของทะเลสาบก็จะเปลี่ยนไปตั้งแต่สีฟ้า สีเขียว และสีมรกต! แต่จะอยู่ดูแต่สีทะเลสาบอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะยังมีที่ให้เดินเที่ยวมากมาย ใช่แล้ว! การเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแห่งนี้อาจจะต้องพึ่งตัวเองสักเล็กน้อย เพราะจะมีสะพานไม้ลัดเลาะให้เดินตามทางไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องเช็คสภาพของทะเลสาบดีๆ ด้วยนะ เพราะบางวันน้ำอาจจะขึ้นสูงท่วมทางเดิน อุทยานแห่งชาติก็จะปิดบริเวณนั้นๆ ไปเลย

อย่างที่บอกไปว่านี่เป็นอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่มีขนาดใหญ่มาก บางคนอินจริงๆ อยากอยู่เที่ยวต่อพรุ่งนี้ ก็ต้องติดต่อจองที่พักในอุทยานไว้ล่วงหน้า และมาทั้งทีถ้าไม่ได้ชิมปลาเทราส์น้ำจืด ก็คงเหมือนขาดอะไรไป แวะชิมอาหารรสเลิศก่อนเข้ามาก่อนเพื่อเพิ่มพลังในการเดินยังไงล่ะ

เมืองซาดาร์ (Zadar)

อดีตเมืองท่าของทะเลเอเดรียติก เป็นดินแดนประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ถึง 2,800 ปี มีโบสถ์อนาสตาเชีย (The Cathedral of St. Anastasia) เป็นแลนด์มาร์คของเมือง ซึ่งเป็นโบสถ์ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคดัลมาเชียน (ดัลมาเชียน คือ นครรัฐอิสระที่เกิดขึ้นมาใหม่หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิกรีก) เคยถูกทำลายลงเพราะสงคราม แต่ก็ยังได้รับการบูรณะใหม่ให้สวยเหมือนเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา

เมืองสปลิต (Split)

เมืองใหญ่อันดับสองของโครเอเชีย จากประวัติศาสตร์ถือว่าเมืองสปลิตมีจุดเริ่มต้นมาจากพระราชวังดิโอคลีเชียน (Diocletian’s Palace in Split) ของจักรพรรดิดิโอคลีเชียน ที่รับสั่งให้สร้างพระราชวังแห่งนี้เพื่อใช้พักพิงในช่วงบั้นปลายชีวิต ภายในพระราชวัง (ที่แอบเหมือนป้อมปราการ) ครึ่งหนึ่งเป็นที่พักขององค์จักรพรรดิ อีกครึ่งเป็นค่ายทหารและเป็นที่อยู่ของประชาชน มีหอคอยป้องกันศัตรูพร้อม ด้านหนึ่งติดทะเลเพื่อสะดวกต่อการหลบนี้เมื่อเกิดภัย เรียกได้ว่าครบวงจรเลยทีเดียว นอกจากนั้น ยังมีมหาวิหารเซนต์ดอมเนียส (Cathedral of Saint Domnius) โบสต์คริสต์เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก และรูปปั้นของ Gregory of Nin บิชอปผู้ริเริ่มการใช้ภาษาโครแอทในการเผยแผ่ศาสนา ปัจจุบันในเมืองสปลิตก็มีคนอาศัยอยู่จริงๆ ให้ความรู้สึกเหมือนสมัยก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

เมืองโทรเกียร์ (Trogir)

เดินเล่นเมืองสปลิตแล้วก็ต้องเดินไปถึง เมืองโทรเกียร์เพราะอยู่ติดกัน เมืองโทรเกียร์เป็นอีกเมืองมรดกโลกที่มีผังเมืองสไตล์กรีก-โรมัน เป็นหนึ่งในเป็นเมืองเก่าที่รักษาความดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าทึ่งจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกในปี 1997 เมืองโทรเกียร์เป็นเกาะที่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น ได้รับอิทธิพลจากกรีก โรมัน และเวนิซ ทำให้สถาปัตยกรรมมีทุกยุคทุกสมัย อย่าง วิหารเซนต์ลอว์เรนซ์ (St.Lawrence Cathedral) วิหารเก่าแก่ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมในยุคเรอเนซองส์ ซึ่งเป็นศิลปะผสมผสานระหว่างโรมาเนสก์และโกธิค โทรเกียร์เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีเสน่ห์มาก เดินเรื่อยๆ ก็ไม่เบื่อ มาทั้งทีก็อย่าลืมลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ ด้วยล่ะ

พูดถึงอาหารการกิน ด้วยความที่โครเอเชียเป็นประเทศติดทะเล ก็คงหนีไม่พ้นอาหารทะเลสดๆ แต่ที่ขึ้นชื่อสุดๆ ต้องยกให้หอยนางรม ที่เมืองมาลี สตอน (Mali Ston) เขตเล็กๆ ของเมืองสตอน (Ston) โดยวิธีที่จะได้กินหอยสดที่สุดก็คือการนั่งเรือไปที่โป๊ะของฟาร์มหอยกลางทะเล และเสิร์ฟหอยให้กินกันสดๆ ตรงนั้นเลย ตอนกินก็มีคนเล่าเรื่องการเลี้ยงหอยให้ฟังด้วย กินหอยไปจิบไวน์ไปเพลินสุดๆ

ดูบรอฟนิค (Dubrovnik)

ไฮไลท์ของโครเอเชียอยู่ที่เมืองดูบรอฟนิค เมืองเก่าที่สวยงามอลังการงานสร้าง ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเอเดรียติก ทำให้มีบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน วิธีท่องเที่ยวของเมืองนี้ก็คือนั่งกระช้าลอยฟ้า หรือล่องเรือดูความสวยงาม จะเก็บให้หมดทุกมุมก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะดูบรอฟนิคเป็นเมืองที่สวยมาก สวยสมญานาม ‘ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก’

แต่เดิมนั้นดูบรอฟนิคถูกปกครองหลายสมัย เรื่องมาตาตั้งแต่โรมัน จักรวรรดิออตโตมัน จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี จนมาเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐยูโกสลาเวีย แต่หลังสงครามเย็นยูโกสลาเวียได้ล่มสลายแตกออกเป็นประเทศเล็กๆ มีโครเอเชียอยู่ในนั้นด้วย ปัจจุบันดูบรอฟนิคเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญมากในประเทศแถบนี้

ส่วนคนที่มูฟออนจาก Game of Throne ไปไม่ได้สักที ทางการท่องเที่ยวของโครเอเชียก็ทำแผนที่เทียบแต่ละจุด*กับในหนังให้แฟนๆ ได้ฟินให้อินกันสุดๆ กันไปเลย

*https://gameofthrones.fandom.com/wiki/Filming_locations

** https://www.kingslandingdubrovnik.com/

Knowledge: ปี 1979 ถือเป็นปีของโครเอเชียจริงๆ เพราะยูเนสโกได้ปักหมุดเมืองดูบรอฟนิค อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ และพระราชวังดิโอคลีเซียน ขึ้นเป็นมกดกโลกในปีเดียวกันนั่นเอง