นากาโน่…สายรักธรรมชาติ

หากพูดถึง ‘นากาโน่’ ภาพของลิงแช่ออนเซ็นก็ต้องมา เล่นสกีท่ามกลางหิมะขาวโพลนก็ใช่ หรือจะกำแพงหิมะสุดอลังการบนเส้นทางทาเทยาม่า แต่รู้ไหมว่าถ้าเที่ยวลึกลงไปอีกหน่อยโดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง ‘นากาโน่’ ยังมีธรรมชาติอันสมบูรณ์พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวรอคอยนักท่องเที่ยวอีกเพียบ ยิ่งในช่วงที่อากาศเย็นๆ กำลังดี พร้อมภาพใบไม้สีแดงเหลือง พร้อมกับฉากหลังของเทือกเขาเจแปนแอลป์ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย…นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ

Hakuba Mountain Harbor

ใครเป็นขาประจำการเล่นสกี ต้องรู้จักเมืองฮาคุบะแน่นอน เพราะในฤดูหนาวนักสกีต่างหลั่งไหลมาที่ฮาคุบะกันทั้งนั้นเพราะทั้งเทือกเขาเจแปนแอลป์นั้นจัดเต็มเรื่องหิมะมากๆ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็ไม่น้อยหน้านะ เพราะเมื่อ 6 ตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา แลนด์มาร์คแห่งใหม่อย่าง Hakuba Mountain Harbor ได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวสายชิลล์วิวเรียบร้อย ความเริ่ดของที่นี่คือถูกออกแบบมาให้มองเห็นภูเขา 3 ลูกด้วยกัน คือ ชิโรอุมะดาเคะ ชาคุชิดาเคะ และยาริกาตะเคะ เรียกว่าดูกันให้ฟินพร้อมจิบกาแฟอุ่น อิ่มท้องกับเบเกอรี่เก๋ๆ จากร้าน The City Bakery ที่มีไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้านบนได้เลย

Senjojiki cirque, Central Alps ยอดเขาเซนโจจิคิ

มานากาโน่ทั้งทีไม่เห็นวิวจากมุมสูงก็เหมือนพลาดอะไรไป เพราะแบบนี้การขึ้นกระเช้าโคมากาตาเคะ ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 7 นาที 30 วินาที สู่ยอดเขาเซนโจจิคิที่อยู่ใจกลางเจแปนแอลป์ก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน

โคมากาตาเตะ โรปเวย์ (Komagatake Ropeway) เป็นโรปเวย์แห่งแรกของญี่ปุ่นโดยต้นทางมีความสูง 1,661 เมตร สิ้นสุดที่ความสูงถึง 2,931 เมตร ระหว่างทางก็จะมีวิวธรรมชาติทั้งเทือกเขา น้ำตก เสิร์ฟให้คุณได้เต็มอิ่มแน่นอน และเมื่อสิ้นสุดปลายทางที่ยอดเขาเซนโจจิคิ ก็จะมีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชิลล์ๆ สำหรับนักปีนเขาก็มีจุดเริ่มต้นที่นี่ด้วยเหมือนกัน สำหรับใครที่อยากได้วิวฤดูใบไม้ร่วงเต็มๆ หายใจอากาศดีๆ เต็มปอด บุ๊กเส้นทางนี้ไว้ได้เลย!

Karuizawa

คารุอิซาวา เป็นเมืองทางตะวันออกของนากาโน ทำให้มีอากาศเย็นตลอดปีแม้ในฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าว จุดนี้นี่เองทำให้คารุอิซาวากลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและบ้านพักตากอากาศกลางหุบเขาอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ซึ่งคารุอิซาวาไม่ได้ตอบโจทย์แค่พักผ่อนเท่านั้นนะ สายช้อปก็ต้องปลื้มที่นี้ไม่น้อยเพราะมีทั้งคารุอิซาวะเอาท์เล็ต และคิวคารุอิซาว่า กินซ่า ถนนช้อปปิ้งในตัวเมืองที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์ดังมากมาย รวมไปถึงสายคาเฟ่ฮอบปิ้งก็ไม่ต้องผิดหวัง เพราะร้านกาแฟก็จัดเต็มมากเหมือนกัน

Nagatoro

การลองเรือไม้นากาโทโระ ที่จ.ไซตามะ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวนากาโน่ การล่องเรือไม้นี้จะล่องไปในแม่น้ำอาราคาว่าที่อยู่ตรงกลางระหว่างหุบเขา แม้ว่ากระแสน้ำบางช่วงจะค่อนข้างเชี่ยว แต่เรื่องแบบนี้ไว้ใจฝีพายได้เลย เขาจะพาคุณไปดื่มด่ำธรรมชาติสองข้างทางอย่างสนุกและปลอดภัย ให้คุณได้เพลินกับภาพของใบไม้เปลี่ยนสีสองข้างทางของแม่น้ำได้อย่างเต็มที่ จ.ไซตามะ อยู่ห่างโตเกียวเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะฉะนั้นทริปนี้สามารถไปเช้าเย็นกลับได้เลย สะดวกสบายมากๆ

Magome, Gifu

มาโกเมะจูกุ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนทางลาดชัน เป็นเมืองหลักในหุบเขาคิโซะ (Kiso Valley) ได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสึมาโงะ (Tsumago) 1 ใน 62 หมู่บ้านเส้นทางผ่านการค้าระหว่างเกียวโตและโตเกียวในยุคสมัยเอโดะเมื่อ 400 ปีที่แล้ว ในปัจจุบันหมู่บ้านนี้ได้ถูกอนุรักษ์ไว้ได้เหมือนสมัยเอโดะแบบเป๊ะๆ โดยยังคงเป็นที่พักอาศัยของชาวบ้าน พร้อมปรับเปลี่ยนให้เป็นร้านค้า พิพิธภัณฑ์ โรงน้ำชา และพื้นถนนยังคงสภาพเดิมคือปูด้วยหินทิ้งหมด ใครชอบบรรยากาศแบบญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยๆ ขอแนะนำที่นี่เลย

โบสถ์หิน

สร้างโดยสถาปนิก Kendrick Kellogg โดยใช้ไอเดียสร้างให้เหมือนสิ่งก่อสร้างสมัยโบราณ สร้างโดยอิงไปกับธรรมชาติได้อย่างสวยงาม

Zenkoji Temple

วัดเซนโคจิ คือ วัดพุทธแห่งแรกของญี่ปุ่น สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 เป็นวัดที่ดีงามมากวัดนึงเลยนะ เพราะเป็นวัดที่ไม่แบ่งชนชั้น ไม่สังกัดนิกาย และเปิดกว้างสำหรับความศรัทธาของสตรีในพุทธศาสนา โดยในทุกๆ เช้าจะมีพิธีโอจุสึโชได พระและแม่ชีจะเดินเป็นแถวเข้าโบสถ์ให้ประชาชนได้สัมผัสถึงความน่าเลื่อมใสและเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่หากต้องการสักการะพระพุทธรูปองค์แรกของญี่ปุ่น อาจจะต้องเช็คช่วงเวลาสักหน่อย เพราะเปิดให้สักการะทุกๆ 6 ปี (ปีล่าสุดที่จะถึงนี้คือในปี 2021) ซึ่งการเปิดให้สักการะแต่ละครั้งจะมีประชาชนรอเข้าสักการะหลายล้านคนเลยทีเดียว

เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี

ที่ Kaikoen สวนไคโกเอ็น ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 ปราสาทที่มีใบไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล อย่างต้นเมเปิ้ล ต้นซากุระตัดกับมอสที่งอกเกาะกำแพงหินแบบสวยงามมาก นอกจากสีสันของใบไม้ให้เราได้ตะลึงแล้ว ภายในสวนยังมีคอร์สวัฒนธรรมสอนเป่าขลุ่ยหรือเป่าปี่ให้ได้ลองศึกษาด้วย เป่าๆ ก็เข้ากับบรรยากาศเหมือนกันนะ ช่วงเวลาที่เหมาะจะมาเที่ยวสวนไคโกเอ็นคือ ปลายตุลาคม-ต้นพฤศจิกายนของทุกปี โปรแกรมเดินทาง