จอร์เจีย อารยธรรมบนเทือกเขาคอเคซัสที่แท้จริง

หากใครกำลังมองหาประเทศที่น่าเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานให้เสพ มีวัฒนธรรมให้ได้อินไปในทุกพื้นที่ มีไวน์รสดีแบบไม่น่าเชื่อ คุณจะไม่เบื่อ ‘จอร์เจีย’ เลยอ่ะ พูดเลย! แค่นี้อาจจะอิมเมจิ้นได้คร่าวๆ ว่าจอร์เจียไม่ใช่ประเทศที่เน้นความทันสมัยอะไรมากนัก เพราะเป็นประเทศที่มีอายุมากถึง 2,500 ปี และวัดได้จากภาษาจอร์เจียที่เป็นหนึ่งในภาษาเก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ถ้าใครได้ไปสัมผัสจอร์เจียกันแบบลึกซึ้งก็จะสัมผัสได้ว่าประเทศเค้าเก่าก็จริง แต่ก็ยังมีความเก๋าซ่อนอยู่เบาๆ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย จอร์เจีย คือ ฟรีวีซ่า ลั่นล๊าได้ถึง 365 วันเลยล่ะ

ทบิลิซี (Tbilisi)

คนที่อินไปกับเสน่ห์ของบ้านเมืองของประเทศในยุโรป จะต้องใจเต้นแรงกับ ‘ทบิลิซี’ เมืองหลวงเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 หนึ่งในเมืองทางผ่านของเส้นทางสายไหม ที่ปัจจุบันยังคงมีความสำคัญในเรื่องของการขนส่งและการค้า แต่ก็ยังมีความทันสมัยมาเติมเต็มให้กับบรรยากาศของประเทศได้อย่างลงตัว ทบิลิซีเป็นเมืองหลวงเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงล้านกว่าคน แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายอย่าง โรงละครเชิดหุ่นกราเบรีดเซ่ สะพานสันติภาพ วิหารโฮลีทรินิตี้ และป้อมปราการนาริกาลา

สเตปันสมินดา (Stepantsminda)

เมืองสเตปันสมินดา หรือเรียกติดปากกันว่าเมืองคัซเบกิ (Kazbegi) เมืองที่ราบบนเทือกเขาสูง 1,700 เมตร เหนือน้ำทะเล เมืองท่องเที่ยวชื่อดังบนเทือกเขาคอเคซัส เมืองนี้เต็มไปด้วยฟาร์มแกะ  ฟาร์มวัว อากาศดีมากๆ ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้ ระหว่างทางไปคัซเบกิ จะป็นที่ตั้งของป้อมอันนานูรี (Anauri Fortress) ป้อมปราการเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 โดย ดยุค แห่งอารักวี ถูกใช้เป็นที่หลบภัยเวลาศึกสงคราม จากป้อมจะมองลงมาเห็นอ่างเก็บน้ำชินวารี (Zhinvali) สีน้ำฟ้าอมเขียวตัดกับเทือกเขาด้านหลัง สวยงามมาก         

โบสถ์เกอร์เกติ ทรินิตี้ (Gergeti Trinity Church)

ไฮไลท์บนเทือกเขาคอเคซัส คงหนีไม่พ้น ‘โบสถ์เกอร์เกติ ทรินิตี้’ บนระดับความสูง 2,170 เมตร ตั้งอยู่บนผาริมแม่น้ำเชเครี (Chkheri) ในวันที่อากาศดีมากๆ วิวจากทางขึ้นโบสถ์จะสวยงามแทบลืมหายใจ เพราะด้านหลังจะเห็นถึงยอดเขาคัซเบกิที่มีความสูงกว่า 5,000 เมตร ซึ่งมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี หลายคนอาจคุ้นเคยกับโบสถ์หลังนี้เพราะรูปโบสถ์และยอดเขาคอเคซัสเป็นจุดขายของประเทศจอร์เจีย เรียกว่าไม่ว่าใครที่มาเที่ยวจอร์เจียก็ต้องมาเช็คอินที่โบสถ์เกอร์เกติกันทั้งนั้น

กอรี (Gori)

เมืองกอรี เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ รู้จักกันดีว่าเป็นบ้านเกิดของโจเซฟ สตาลิน ผู้นำสุดโหดของสหภาพโซเวียต นายโจเซฟเป็นคนจอร์เจี้ยนโดยกำเนิด แต่ไปได้ดิบได้ดีเป็นถึงเลขาธิการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ ต่อมาได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำของสหภาพโซเวียตต่อจากวลาดีมีร์ เลนิน นำสหภาพโซเวียตเป็นมหาอำนาจของโลกได้ในที่สุด ในช่วงยุคกลางเมืองกอรีมีความสำคัญมากในเรื่องของการทหาร เพราะเป็นเมืองเชื่อมฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกไว้ด้วยกัน

อัพลิสสิเข้ (Uplistsikhe Cave Town)

อัพลิสสิเข้ หนึ่งในสถานที่เก่าแก่ที่สุดของจอร์เจีย เมืองเป็นลักษณะถ้ำหินที่เคยเป็นที่อาศัยของผู้คนแถบนี้เมื่อ 3,000 ปีก่อน เนื้อที่ใหญ่ประมาณ 50 ไร่ ถูกเจาะเป็นห้องเล็กห้องน้อยหรือแม้กระทั่งห้องโถงขนาดใหญ่ แต่ไร้ซึ่งการตกแต่งใดๆ เลยมีการคาดเดาว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของชาวคริสต์ก่อนคริสกาล  และมีโบสถ์คริสต์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านบน ด้วยความสวยงามของธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์ ทำให้ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนอัพลิสสิเข้เป็นมรดกไปแล้วเรียบร้อย

ไวน์จอร์เจี้ยน  (Georgian Wine)

เมื่อพูดถึงไวน์ คนอาจจะคิดถึงไวน์จากอิตาลีหรือฝรั่งเศส แต่รู้หรือไม่ว่าการผลิตไวน์ที่เก่าแก่ต้องยกให้จอร์เจีย เมื่อประมาณ 7-8,000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวจอร์เจี้ยนได้ใช้โอ่งดินขนาดใหญ่ เรียกว่าkvevri เคลือบด้วยไขจากรังผึ้ง แล้วฝังไว้ใต้ดิน รอวันเวลาที่เหมาะสมก็จะได้ไวน์รสเลิศซึ่งวิธีนี้เป็นแม่แบบของไวน์หลายยี่ห้อในปัจจุบันด้วยเช่นกัน หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย ไวน์จากจอร์เจียก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะเป็นไวน์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว มักผสมจากองุ่นพื้นบ้าน 2 พันธุ์ขึ้นไป ในปัจจุบันไร่องุ่นหลายแห่งหันมาผลิตไวน์ส่งออกกันเองทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อย่าง Château Mukhrani หรือ ไร่ไวน์มุคาห์รานี อดีตคฤหาสน์ของราชวงศ์ Bagrationi ที่กลายมาเป็นแหล่งผลิตไวน์ระดับราชวงศ์จอร์เจียในศตวรรษที่ 19

Chronicle of Georgia  

อนุสาวรีย์ Chronicle of Georgia คือ แท่งหินสีดำแกะสลักขนาดใหญ่ยักษ์ บนแท่นหินสลักเป็นรูปต่างๆ และเรื่องราวของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นโดย ซุราป สถาปนิกชื่อดัง เริ่มสร้างเมื่อปี 1985 แต่ยังไม่เสร็จ โดยไม่มีใครรู้ว่าจะเลิกสร้างตอนไหน Chronicle of Georgia ประกอบด้วยแท่งเสา 16 แท่ง แต่ละแท่งสูง 35 เมตร แต่ละเสาจะแบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ส่วน คือ ล่างสุดเกี่ยวกับพระคัมภีร์ ส่วนกลาง คือ เรื่องของชนชั้นสูงในจอร์เจีย และส่วนบนเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของประเทศ ในวันที่อากาศดีมากๆ แท่งหินสีดำสนิทจะตัดกับฉากทะเลสาบด้านหลัง สวยงามมากเลยทีเดียว