• ทัวร์อินโดนีเซีย ราคาเริ่มต้น 32555
  • ทัวร์เวียดนาม ราคาเริ่มต้น 7900
  • ทัวร์ไต้หวัน ราคาเริ่มต้น 12777
  • ทัวร์สิงคโปร์ ราคาเริ่มต้น 8555
  • ทัวร์กัมพูชา ราคาเริ่มต้น 8900
  • ทัวร์พม่า ราคาเริ่มต้น 8999
  • ทัวร์ลาว ราคาเริ่มต้น11900
  • ทัวร์เกาหลี ราคาเริ่มต้น12599
  • ทัวร์ญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้น 19,999
  • ทัวร์ฮ่องกง เริ่มต้น7,900
  • ทัวร์จีน ราคาเริ่มต้น 15,999
  • ไวไฟญี่ปุน เกาหลี ไม่มีลิมิต
 
ลงทะเบียนรับข่าวสาร ยกเลิกข่าวสาร

ทริปการท่องเที่ยว

บันทึกการเดินทาง

อัพเดทล่าสุด 05/03/14 | view 19740

 

ฮอกไกโด HOKKAIDO ไปเที่ยววันที่ใบไม้เปลี่ยนสี

รู้จักเที่ยว "ฮอกไกโด" ก่อน..ไปฮอกไกโด HOKKAIDO วันที่ใบไม้เปลี่ยนสี

 

"ฮะจิเมะมาชิเตะ ฮอกไกโด โยโกโซ โยโรชิคุ โอเนไง ชิมัส" ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ และขอต้อนรับสู่เมืองฮอกไกโด ฝากเนื้อฝากตัวอีกครั้งค่ะ ก่อนจะกล่าวไปเที่ยวฮอกไกโด 6 วัน ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีครั้งนี้ เรามาทำความรู้จักกับฮอกไกโด
กันสักนิด ก่อนไปฮอกไกโดกันค่ะ

   1. ในประเทศญี่ปุ่น ฮอกไกโดอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เรียกได้ว่าเป็นภาคเหนือของญี่ปุ่นนั่นเอง
   2. ฮอกไกโด เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นที่สอง รองจากเกาะฮอนซู และมีพื้นที่โดยรวมเป็นภูเขา ภูเขาไฟ ทะเลสาบ รวมไปถึงมีที่ราบขนาดใหญ่ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้อันสวยงาม
   3. ฮอกไกโด-ซัปโปโร (Hokkaido-Sapporo) มีประชากรรวมทั้งหมดกว่าหกล้านคนเลยทีเดียว
   4. ชาวฮอกไกโดสมัยก่อน มีชาวไอนุ เป็นชนพื้นเมือง มีหน้าตาคล้ายชาวอินเดียแดงมาก 
   5. ฮอกไกโด คือ เขตเกษตรกรรม เป็นแหล่งผลิตข้าวของญี่ปุ่น มีสินค้าอุตสาหกรรมที่โด่งดัง ได้แก่ เบียร์ซัปโปโร ช็อกโกแลต และมันฝรั่ง
   6. จุดเด่นที่สุดของฮอกไกโด คือ ช่วงฤดูหนาว เทศกาลหิมะซัปโปโร และมีบ่อน้ำร้อนที่มีแร่ธรรมชาติต่อสุขภาพ
   7. ฮอกไกโดเป็นเขตมีอากาศหนาวเย็น หิมะปกคลุมยาวถึง 6 เดือน  มีอุณหภูมิตั้งแต่ 5 ถึงติดลบ -20 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูร้อน มีอุณหภูมิเฉลี่ย 15-30 องศาเซลเซียส

 

 

ไปเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) วันที่ 1

หลังจากเดินทางออกจากสุวรรณภูมิ พักเครื่องที่ไทเป ขอแวะจิบชานมไข่มุกหน่อยค่ะ จนมาสุดที่สนามบินชิโตเสะ
ภาคเหนือของประเทศญี่ปุ่น ฮอกไกโด-ซัปโปโร (Hokkaido-Sapporo) ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของฤดูใบไม่ร่วง ณ เวลานี้
ที่นี่มีสีสันสวยงามของฮอกไกโด ไม่เป็นสีแดงสนิทแต่เป็นสีเหลือบๆ กันระหว่างแดง ส้ม เหลิอง ที่ผสมกลมกลืนกัน
อย่างลงตัว 

จุดหมายแรกของการเที่ยวเดินทางไปฮอกไกโดวันแรกนี้ อยู่ที่ริมทะเลสาปโทยะ  ใช้เวลานั่งรถประมาณ
2 ชั่วโมงครึ่งก้อมาถึง โรงแรม “Mansai  Kaku”  ที่ตั้งใจว่าจะมาแช่ออนเซ็นไล่ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
เมื่อมาถึงโรงแรมก็มีเวลาผ่อนคลายสักพักก่อนได้เวลาอาหารเย็น  มื้อเย็นเป็นบุฟเฟต์สไตล์ญี่ปุ่นของทางโรงแรม  
มีเมนูเด็ดอยู่ที่ไข่ม้วน  หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า “Tamagoyaki"  เพราะเชฟที่นี่เค้าจะตั้งเตาทอดไข่ม้วนให้เราดูตรง
ซุ้มในห้องอาหารกันเลย  รสชาติไม่ต้องพูดถึงทั้งหอม ทั้งนุ่ม  อร่อยสมกับที่เป็นต้นตำรับเลยทีเดียว 

พออิ่มจากมื้อเย็นสไตล์ญี่ปุ่นเราก็มานั่งตัดสินใจว่า ระหว่างออนเซ็นชั้นใต้ดินที่เป็นแบบ indoor กับออนเซ็น outdoor
ที่ทางโรงแรมมีไว้ให้แขกได้เลือกสัมผัสกับประสบการณ์แบบแช่ออนเซ็นที่ต่างกันนั้น...ว่าเป็นอย่างไร  แต่ถ้าใครไปเยือนทะเลสาปโทยะในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง  เวลาประมาณ สองทุ่มถึงสองทุ่มครึ่ง ถ้าได้แช่ออนเซ็น
outdoor ไปพร้อมกับชมความงามของดอกไม้ไฟที่จัดไว้  บอกได้คำเดียวเลยว่าฟินมากกกก  ^^

 

 

ไปเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) วันที่ 2

เช้าวันที่สองของการเดินทางเที่ยวฮอกไกโด (Travel Hokkaido) ระหว่างที่ทานอาหารเช้าก็สามารถมานั่งชมวิว
ใบไม่เปลี่ยนสีที่ริมทะเลสาปโทยะไปได้พร้อมๆ กัน  รวมทั้งก่อนออกเดินทางแวะมาเดินดื่มด่ำกะบรรยากาศรับลมเย็นๆ  ถ่ายรูปกับสวนสวยตลอดทางเดินของริมทะเลสาปโทยะ  ก่อนจะบอกลาเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป  “Bear Farm" ฟารม์หมีสีน้ำตาล  ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณใกล้ๆ กับ “Showa Shinsan" ถ้ามองจากฟารม์หมี จะเห็นควันที่พวยพุ่งอยู่บนยอดภูเขาไฟตลอดเวลา  ถ้าใครสนใจสามารถนั่งโมโนเรลขึ้นไปชมกันแบบใกล้ชิดได้น่ะค่ะ 

ส่วนวันนี้เราเลือกที่จะเข้าไปชมความน่ารักของหมีสีน้ำตาลพันธ์พื้นเมืองของ ฮอกไกโดดีกว่า  ทางเข้ามีแอปเปิ้ล
และคุกกี้ขาย เพื่อไว้ให้เป็นรางวัลสำหรับน้องหมีนั่นเอง ราคาไม่แพงค่ะ คุ๊กกี้ถุงละ 100 เยน  ส่วนแอ๊ปเปิ้ลก้อเพียง
200 เยนเท่านั้น  น้องหมีที่ฟารม์นี้มารยาท (นิสัย) ดีกันทุกตัว ไหว้สวยสมกับที่ต้อนรับคณะทัวร์จากเมืองไทยเลย 
แถมยังพิเศษตรงมีทางเล็กๆ ที่กั้นด้วยกระจกตรงชั้นใต้ดินของกรงที่เราสามารถให้อาหารน้องหมีกันแบบใกล้ชิด
สนิทสนมกันด้วยค่ะ  ออกจากฟารม์หมีน้ำตาลเราใช้เวลานั่งรถประมาณชั่วโมงครึ่งก้อถึง “Ninja Village" 
เป็นธีมปารค์ที่จำลองอาคารบ้านเรือน ย้อนเวลากลับไปสมัยเอโดะ แต่ไฮไลท์อยู่ที่การแสดงโชว์ของเหล่านินจา
สารพัดรูปแบบ  ถ้าอากาศเป็นใจ  แนะนำให้ไปชมโชว์นินจาที่เวที Outdoor เหมือนนั่งอยู่ท่ามกลางสงครามนินจา
กันเลยทีเดียว และยังมีโชว์เกอิชา ศาลเจ้าแมวเหมียว บ้านผีสิงสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงบ้านค่ายกลนินจาด้วย 
หรือถ้าใครอยากดูพิพิธภัณฑ์ดาบซามูไร ที่นี่ก้อมีไว้ให้ชมกันน่ะค่ะ ตั้งแต่กรรมวิธีการผลิต และขึ้นรูปกันเลย 
รวมถึงมีการจำลองวิถ๊ชีวิตคนญี่ปุ่นสมัยโบราณ  ร้านค้า  แม้กระทั่งสถานีตำรวจให้เราได้ชมกัน 

ส่วนใครที่อยากใส่ชุดเทห์ๆ เหมือนเหล่านินจา  หรืออยากจะแต่งตัวสวยแบบเกอิชา ก็สามารถเลือกที่จะแต่งตัว
มายืนโพสต์ท่าสวยๆ กันได้นะค่ะ  ตามร้านขายของที่ระลึกทางด้านทางเข้าจะมีบริการอยู่ค่ะ  หลังจากเพลิดเพลินกับ
หมู่บ้านนินจามาพอสมควร  ถึงเวลาที่เราจะเติมพลังสำหรับโปรแกรมช่วงบ่ายแล้ว

เพียงแค่เดินข้ามมาฝั่งตรงข้ามก้อจะมีร้านอาหาร ชาบูชาบูร้อนๆ ไว้บริการอาหารเที่ยงแก่เราค่ะ  หลังจากอิ่มอร่อยกับ
ชาบูมื้อเที่ยงเล้วเราเดินทางต่อไปยัง  “Inu Village"  หรือหมู่บ้านของชาวไอนุ  ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อนุรักษ์ไว้ตามสไตล์
ชนพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโด ก่อนที่จะผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ในหมู่บ้านมีการจำลองวิถ๊ชีวิต
ชนพื้นเมือง  และการแสดงโชว์ถึงพิธีกรรมพื้นเมืองของชาวไอนุด้วยค่ะ แต่ถ้าใครเกิดทันการ์ตูนเรื่องเจ้าเขี้ยวเงินล่ะก้อ 
จะเห็นหมาล่าสัตว์สายพันธุ์เดียวกับเจ้าเขี้ยวเงิน  ที่ในปัจจุบันเป็นสัตว์อนุรักษ์ของทางฮอกไกโดไปแล้วค่ะ 

โปรแกรมสุดท้ายของวันคือ บ่อน้ำพุร้อน (Hot spring Jigokudani) เป็นบ่อน้ำพุร้อนหลากสีของเมืองโนโบริทเบทสึค่ะ 
แต่น้ำจะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล และความเข้มข้นของแร่ธาตุนะค่ะ  ถ้าใครมาแล้วเห็นเป็นสีโคลนแดงเหมือนเราก็
อย่าแปลกใจไป  เมื่อมาถึงเมืองโนโบริทเบทสึก็ต้องนึกถึงออนเซ็น  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้ว 
โดยโรงแรมที่เราพักคืนนี้ก็มีไฮไลท์เป็นบ่อน้ำแร่ออนเซ็นอีกเหมือนเคยค่ะ  หลังจากเที่ยวมาทั้งวัน ก็ผ่อนคลาย
กับการแช่น้ำออนเซ็นนี่ ช่วยคลายความเมื่อยล้าไปได้เยอะเลยน่ะค่ะ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางวันต่อไปค่ะ

 

 

ไปเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) วันที่ 3

วันนี้เราออกเดินทางแต่เช้า เพราะต้องเดินทางข้ามเมืองจากโนโบริทเบทสึมายังโอตารุ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงนิดๆ
มาถึง “พิพิธภัณฑ์รถไฟ" ที่ฮอกไกโด โดยด้านในของพิพิธภัณฑ์มีการแสดงเส้นทางรถไฟโบราณจนถึงข้าวของ
เครื่องใช้ในการสร้างทางรถไฟ  เครื่องแบบของพนักงานรถไฟในยุคต่างๆ  แต่ที่เราชอบมาก คือ ด้านหลังของ
พิพิธภัณฑ์จะมีรถไฟหัวจักรไอน้ำโบราณ วิ่งให้บริการภายในพิพิธภัณฑ์เป็นรอบๆ ค่ะ แต่ถ้าใครมาช่วงหน้าหนาว
ก้อจะไม่ได้นั่งรถไฟขบวนนี้ค่ะ  เพราะรถไฟจะเปิดบริการรับผู้โดยสารช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึง สัปดาห์แรกของ
เดือนธันวาคมเท่านั้นค่ะ 

หลังจากเพลิดเพลินกับการนั่งรถไฟแล้ว เราไปต่อกันที่คลองโอตารุ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองฮอกไกโด
(Hokkaido) นี้ อดแวะชิมเมลอนตามสองข้างทางไม่ได้  ถ้าใครได้มาเที่ยวฮอกไกโดสองสิ่งที่พลาดไม่ได้ก้อ คือ
เมล่อน กับ ข้าวโพด เป็นของอร่อย ของที่นี่ที่หาทานได้ทั่วๆ ไปตามข้างทางเลยค่ะ กลับมาถึงคลองโอตารุที่อนุรักษ์ไว้จากที่เมื่อก่อนใช้เป็นช่องทางการเดินทาง และส่งสินค้า ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของเมืองโอตารุไปแล้วค่ะ
มีคุณลุงลากรถโบราณให้นักท่องเที่ยวได้แอ๊คท่าถ่ายรูปกัน รวมถึงมีศิลปินวาดภาพ และของที่ระลึกเก๋ๆ ให้ขาช้อป
ได้จับจ่ายกันนิดหน่อยค่ะ ใกล้กันนั้นมีโกดังโบราณที่ปรับปรุงเป็นร้านอาหารหลากหลายชนิด 9 ร้าน ให้เลือกอยู่ตรง
ข้ามจุดถ่ายรูปนั่นเอง รวมถึงร้านอาหารที่เราทานมื้อเที่ยงก็อยู่ในนี้เหมือนกัน เป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ที่มีทั้งซูชิ
และซาชิมิเสริฟ์แบบไม่อั้นค่ะ 

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารมื้อเที่ยงไปต่ออีกนิดก็จะถึงพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซึ่งอยู่ปลายถนน Ironai ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์
มีหอนาฬิกาที่ทุกๆ ชั่วโมง จะมีเพลงเปิดขับกล่อมผู้คนที่เดินผ่านไปมา เดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์มีกล่องเพลงหลากหลาย
รูปทรงให้เลือกชม และช้อปกัน แต่อย่าลืมเดินขึ้นมาชั้นสองจะมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงกล่องดนตรีโบราณหลากหลาย
สัญชาติ พลาดไม่ได้นะค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาดเลยเมื่อมาถึงโอตารุ คือ Double Fromage Cheese Cake
แห่งร้าน Letao จัดว่าเป็นชีสเค้กเนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก อร่อยจนหยุดไม่ได้จริงๆ  กับอีกร้านข้างๆ กัน คือ Choux Cream  แห่งร้าน Kitakaro  จัดเป็นสองสิ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เมื่อมาเยือนโอตารุ และถ้าใครพอจะมี
เวลาเดินเล่นแบบสบายๆ ที่ถนน Ironai ก็จะได้เห็นอาคารที่ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นตะวันตก และตะวันออก
ได้อย่างลงตัว  สินค้าส่วนใหญ่จะเน้นเป็นเครื่องแก้ว 

เนื่องจากโอตารุจัดได้ว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะแห่งหนึ่ง  มีเวลาเดินชมความงามของเหล่าอาคาร และสินค้าเหล่านี้
จนได้เวลากลับไปยังโรงแรมที่พักที่ซัปโปโร  โรงแรมวันนี้อยู่ติดสวนสาธารณะโอโดริ  ถ้ามาตรงช่วงเทศกาลหิมะ
ในเดือนกุมภาพันธ์  จะสามารถเดินชมเทศกาลแกะสลักหิมะได้อย่างสบายค่ะ  แต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่เราไปนั้น
ใบไม้ในสวนโอโดริจะเปลี่ยนเป็น 3 สีสัน  แดง ส้ม เหลือง  สวยไปอีกแบบนะ  ถ้าใครยังไม่เหนื่อยสามารถนั่งรถไป
เดินช้อปที่ถนนทานุกิโคจิได้ตามสบายนะค่ะ  ระยะทางไม่ไกลค่ะ  ส่วนเราต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อนเพราะพรุ่งนี้โปรแกรมจัดเต็มทั้งวันค่ะ

 

 

ไปเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) วันที่ 4

วันนี้เดินทางออกจากซัปโปโรไปเมืองอาซาฮิกาวะ  ซึ่งในตอนเช้าแพลนไว้ว่าจะขึ้นไปถ่ายรูป Snow Fox ที่เขา
Daisetsuzan National Park ใช้เวลาเดินทางประมาณ สามชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงทางขึ้นกระเช้าไปยังอุทธยานด้านบน 
ซึ่งมีจุดชมวิวให้เลือกหลายๆ ที่ ขึ้นอยู่กับความสามรถในการปีนป่ายของเรา  แต่สำหรับเราขอแค่จุดชมวิวแรกก็พอใจ
แล้วค่ะ ยอดเขาที่นี่ จะมีหิมะปกคลุมตลอดสองข้างทาง  พยายามอย่าออกนอกเส้นทางที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้
มิเช่นนั้นอาจจะลื่นไถลไปตามทางได้น่ะค่ะ เริ่มหิวแล้วเรา และชาวคณะเลือกมาทานราเมนที่หมู่บ้านราเมนนั่นเอง 
เลือกร้าน และสไตล์น้ำซุปที่ชอบได้เลยนะค่ะ 

ช่วงบ่ายเราไปแวะเที่ยวที่  “Asahiyama Zoo"  สวนสัตว์ประจำเมืองอาซาฮิกาวะนี้เอง  โดยที่นี่มีน้องหมีขาว Polar Bear  เป็นสีสันให้นักท่องเที่ยวชื่นชม ถ้าใครอยากจะเห็นน้องหมีขาวดำน้ำจับปลา  ให้ไปช่วง 11.00 หรือ 13.30 นะค่ะ 
จะได้ดูโชว์ให้อาหารน้องหมีขาวพอดีค่ะ  แถมยังมีท่อเป็นแก้วใสที่โผล่เข้าไปในกรงหมีขาวแบบใกล้ชิดอีกด้วยนะค่ะ  นอกจากนี้ยังมีสัตว์อีกหลายชนิด แต่ที่คนเฝ้ารอดูก้อ คือ พาเหรดนกแพนกวิน ซึ่งจะมีเพียง 2 เดือนในช่วงหน้าหนาว 
ซึ่งเจ้านกเพนกวินจะออกมานอกกรงมาเดินเล่นตามทางให้เราได้ใกล้ชิดกันเต็มที่เลยล่ะ ออกจากสวนสัตว์อาซาฮิยามะแล้วก้อรีบกลับมาดินเนอร์มื้อค่ำที่โรงเบียร์ Sapporo Museum  พร้อมกันปิ้งยากินิคุทานแกล้มไปกับเบียร์เย็นๆ
ภายในบรรยากาศโรงเบียร์ยุคเก่า ก็ชื่นใจกันไปค่ะ

 

 

ไปเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) วันที่ 5

เช้าวันนี้สบายๆ เพราะโปรแกรมเป็น City Tour  ชมเมืองซัปโปโร โดยเริ่มจาก Clock Tower หอนาฬิกาประจำเมือง
ฮอกไกโด-ซัปโปโร (Hokkaido-Sapporo) ต่อด้วย Old Government ซึ่งอยู่ในเขตใกล้ๆ กัน มีเวลาได้เดินชม
อาคารรัฐสภาเก่าแก่ของฮอกไกโด รวมถึงห้องทำงานของคณะผู้บริหารด้วย อีกสิบนาทีต่อมาแวะไปเดินช้อปปิ้งสินค้า
แบรนด์เนมมือสอง  และของที่ระลึกที่ถนน ทานูกิโคจิ  ซึ่งมีเวลาเท่าไหร่ก็ไม่พอ  ร้านค้าเต็มสองข้างทางให้ช้อปกัน
อย่างเพลิดเพลิน  หลังจากนั้นเราไปต่อกันที่ Hokkaido Temple  ซึ่งจัดเป็นอารามชั้นสูงของญี่ปุ่น  โดยบริเวณด้านหน้า
จะติดกับสวนมารุยามะ  ซึ่งเป็นจุดชมซากุระที่สวยงามของเมืองซัปโปโร  โดยช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤษภาคมจะเป็น
ช่วงเวลาที่สวยที่สุดของการชมซากุระที่นี่  จะมีผู้คนมาจับจองพื้นที่กันอย่างคึกคั่ก  ถ้าใครเดินทางมาเที่ยวฮอกไกโดในช่วงเดือนพฤษภาคมอย่าลืมแวะมาค่ะ 

จุดหมายต่อไปเราจะขึ้นเขา Okurayama  ขึ้นไปเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซัปโปโรค่ะ  แต่เดิมที่โอคุระสร้างขึ้นเพื่อเป็นสนามแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว  ตั้งแต่ปี 1972 เราเลือกวิธีขึ้นกระเช้าใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ขึ้นมาถึงจุดชมวิวด้านบน  

ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ของเมืองซัปโปโรได้เพียงไม่นานก็ได้เวลาทานข้าวกลางวันกัน แล้ววันนี้ขอไปหม่ำอาหารทะเลสดๆ
ที่ตลาดปลากันซ่ะหน่อย ไม่ว่าจะเลือกทานเป็น เซทเมนู หรือ เมนูสุดฮอต ปูทาราบะเผา ก็จะได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ
จากแหล่งกันได้อย่างจุใจ 

ช่วงบ่ายมีเวลาไปโรงงานช๊อกโกแลต  “Shiroi Koibito Chocolate Factory" โรงงานช๊อกโกแลตแสนอร่อย เจ้าของ
ฉายาหัวใจสีขาวนั่นเอง ใครที่เคยชิมแล้ว คงจะนึกออกว่าทำไมถึงได้เรียกชื่อนี้ เพราะว่าเป็นขนมบิสกิตที่มีใส่ไวท์ช๊อกโกแลตแสนอร่อยนั่นเอง  รวมถึงเราก็ขนช๊อกโกแลตที่นี่กลับมาเป็นสิบกล่องพูดเลยว่า..อร่อยจริง  แต่ที่นี่ไม่ได้
มีแค่ร้านค้าให้ช้อปช๊อกโกแลตแสนอร่อยกลับบ้านนะค่ะ  ยังทำเป็นธีมปารค์ย่อยๆ มีเหล่าตุ๊กตาคอยออกมาโชว์กัน 
ให้ผู้ที่มาเยือนชมทุกๆ ชั่วโมงอีกด้วย ด้านในสามารถซื้อบัตรเข้าไปชมกรรมวิธีผลิตช๊อกโกแลตแสนอร่อย พร้อม
ศึกษาประวัติความเป็นมาของช๊อกโกแลตได้ที่นี่ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ หรือใครมีเวลาอยากจะทำแต่งหน้าช๊อกโกแลต
ด้วยตัวเองแบบเก๋ๆ  เค้าก็มีคอรส์ให้ลงเวริค์ช๊อปกันในโรงงานเลยค่ะ  ส่วนเราขอนั่งจิบช๊อกโกแลตอุ่นๆ ดูเหล่าตุ๊กตา
ออกมาวาดลวดลายดีกว่าค่ะ ปิดท้ายวันนี้ด้วยกิจกรรมสุดโปรดของบรรดาขาช้อปค่ะ นั่นคือ การแวะที่ มิตซุย เอาท์เลท  เพื่อกิจกรรมหลัก ช้อป ช้อป แล้วก็ช้อปนั่นเอง  คืนสุดท้ายที่โรงแรมโตเกียวโดม ตั้งใจจะแวะไปที่ถนนซูซูกิโนะไปเดินชมบรรยากาศอันแสนคึกคักไปด้วยผู้คน  ดูแสงสียามค่ำคืนก่อนลาจากไปฮอกไกโด แห่งนี้ในวันรุ่งขึ้น

 

 

 

ไปเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) วันที่ 6

หลังจากเช๊คเอาท์ออกจากโรงแรมยังพอมีเวลาช้อปส่งท้ายเราจึงตัดสินใจแวะที่ เรร่า เอาท์เลทก่อนไปสนามบินชิโตเสะ  ที่ฮอกไกโดมีเอาท์เลทอยู่ไม่ไกลจากสนามบินชิโตเสะอยู่สองแห่ง คือ มิตซุย เอาท์เลท ที่แวะไปเมื่อวาน  และเราร่าเอาท์เลท  ที่แวะมาวันนี้ต่างกันอยู่นิดนึงคือ มิตซุยจะลักษณะเป็นตึก และแบรนด์ส่วนใหญ่จะเป็น international Brands แต่เราร่า เอาท์เลทนั้นลักษณธคล้ายๆวิลล่าชั้นเดียว  และส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ของญี่ปุ่นค่ะ  สามารถเลือกได้แล้วแต่ความพอใจในการช้อปของทุกๆ คนค่ะ 

สุดท้ายที่สนามบินชิโตเสะหลังจากโหลดกระเป๋าเสร็จอย่าเพิ่งรีบเดินเข้า Gate น่ะค่ะ  ยังมีโดราเอมอนแลนด์อยู่ที่สนามบินชิโตเสะถ้าพอมีเวลาลองซื้อบัตรเข้าไปเดินเล่นข้างใน  เป็นสถานที่ที่เติมเต็มจินตนาการในวัยเด็กที่มีต่อเจ้าแมวเหมียวสีฟ้าตัวกลมนี้ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ  ก่อนกลับถ้ายังเหลือพื้นที่ซื้อขนมค่ะ อย่าลืมขนมยอดฮิต Potato Farm ปิดท้ายทริปที่ทั้งสนุก  และอิ่มอร่อยค่ะ .....

 

 

 

 
อัพเดทล่าสุด 05/03/14
View 19740

บันทึกการเดินทาง อื่นๆ

พาเที่ยว Soneva Kiri เกาะกูดความประทับใจที่ไม่มีวันลืม

เกาะกูดได้ชื่อว่าเป็นหาดทรายขาวทะเลยสวยอยู่แล้ว คนรักทะเลอย่างเราไม่พลาดแน่นอนที่จะไปเยี่ยมชมความสวยงาม และถือโอกาสพักผ่อนไปด้วยค่ะ ทริปนี้เป็นทริปพิเศษจริงๆค่ะ เราจะไปพักรีสอร์ทหรูและการบริการที่พิเศษสุดๆกันค่ะตั้งใจว่าจะไปพักที่นี่มานานแล้ว ถึงกับรีสอร์ทในฝันที่อยู่ใน list ของเราเลยล่ะค่ะ ที่นี่ชื่อ Soneva Kiri Koh Kood ซึ่งเป็น Top Brand ของรีสอร์ทในเครือ Six Senses

อ่านต่อ

พาเที่ยวสิงคโปร์ เมืองในฝันของใครหลายๆคน

วันนี้มีทริปเก๋ๆ กับ Marina Bay Sand โรงแรมในฝันของใครหลายๆคนที่เป็น ศูนย์รวมหลายๆอย่าง ทั้งที่พัก ศูนย์การค้า ร้านอาหารจากเชฟชื่อดังหลายคน

อ่านต่อ

บันทึกการท่องเที่ยว รัสเซีย กับวันที่แดดออก ท้องฟ้าสดใส

บันทึกการเดินทางในทริปนี้ มีคำถามมากมายเกี่ยวกับประเทศรัสเซียสาธารณรัฐที่ใหญ่ที่สุด ที่สามารถผ่านช่วงวันเวลาอันโหดร้ายของสงครามโลก ครั้งที่ 2แต่ยังคงเก็บรักษา ศิลปะและสถาปัตยกรรมบาโรกของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดของโลก ซึ่งถูกขนานนามว่า “ราชินีแห่งยุโรปเหนือ” นครที่เป็นเมืองหลวงเก่าของรัสเซียยาวนานกว่า 200ปี ณ วันนี้ความงามก็ไม่เคยจืดจางหายไปเลย

อ่านต่อ

บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวรีวิว สะพานมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวรีวิว สะพานมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์)กับสมาชิกผู้ร่วมเดินทางกัน 10 คน แถมไปทริปนี้ยังได้ทั้งบุญได้ทั้งเที่ยวไปในตัวเอีกด้วย ฮิ้วๆ...

อ่านต่อ

ข่าวเด่น & กิจกรรมโดนใจ

 Fam Trip Unseen in Thailand Thai Smile ที่ อ่าวนาง จ.กระบี่

Fam Trip Unseen in Thailand Thai Smile ที่ อ่าวนา

เมื่อวันที่ 25-26 พ.ย. 59 ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯของเรา TTO Travel ,E-Skylink Travel และ Zaptime Travel เข้าร่วม Fam Trip ที่ อ่าวนาง จ.กระบี่

อ่านต่อ
กิจกรรมสัมพันธ์ ร่วมกันปลูกป่าโกงกางตามรอยพ่อหลวง ร.9

กิจกรรมสัมพันธ์ ร่วมกันปลูกป่าโกงกางตามรอยพ่อหลวง

กิจกรรมสัมพันธ์ ร่วมกันปลูกป่าโกงกางตามรอยพ่อหลวง ร.9

อ่านต่อ
แอด Line ลุ้นรับตั๋วหนัง

แอด Line ลุ้นรับตั๋วหนัง

กิจกรรม แอดแล้วลุ้น แจกจนกว่าจะหมด แจกฟรีตั๋วหนังสำหรับคนที่เป็นเพื่อนกับเรา goeasyholiday

อ่านต่อ
ประชาสัมพันธ์ งาน ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 40

ประชาสัมพันธ์ งาน ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 40

ประชาสัมพันธ์ งาน ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 1-4 ก.ย. 2559 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

อ่านต่อ